สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าต่อเรื่องที่พักที่เกียวโตนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่โอซาก้าหรือเกียวโต ครั้งนี้ทางบริษัทเลือกให้เราพักที่ Ritz Carlton ทั้ง 2 เมืองเลยค่ะ

การเดินทางจากโอซาก้ามาเกียวโตก็ไม่ยากค่ะ เราเลือกเดินทางโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

พอมาถึง ทางโรงแรมก็จัดรถมารับที่สถานีรถไฟ แล้วพาไปที่โรงแรม..พนักงานขับรถและพนักงานที่มารับเรา น่ารัก อัธยาศัยดีมากค่ะ นั่งรถมาสักพักก็ถึงโรงแรม บรรยากาศด้านนอกดูวุ่นวายนิดๆ แต่พอเดินเข้าไปในโรงแรมเท่านั้นแหล่ะค่ะ รู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก เพราะภายในโรงแรมเงียบสงบ ดูผ่อนคลาย เดินเข้ามาแล้วไม่อยากเดินกลับออกไป อยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปจริงๆ

ครั้งนี้ทางโรงแรมได้จัดห้อง Luxury Room วิวแม่น้ำไว้ให้เรา มันดีต่อใจมากๆ เลยค่ะ

Location ของโรงแรมไม่ได้ใกล้กับสถานีรถไฟและถนนคนเดิน แต่ก็ยังมีห้างสรรพสินค้าให้เดินไปช้อปปิ้งได้เพียงแค่เดินไปตรงมุมถนนเท่านั้นเองค่ะ ซึ่งความตั้งใจของโรงแรมนี้ เขาต้องการให้เป็นโรงแรมเพื่อการพักผ่อนจริงๆลูกค้าที่มาเข้าพักจึงไม่ได้คำนึงว่าจะต้องอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟมากนัก

แถวบริเวณโรงแรมจะมีร้านอาหารมากมายเพราะติดริมแม่น้ำ จึงทำให้บริเวณนี้เป็นทำเลทองของการตั้งร้านอาหารเลยก็ว่าได้ค่ะ

อาหารเย็นวันนี้ทางโรงแรมจัดชุดใหญ่ให้เราเลยค่ะ แต่เนื่องจากเราต้องใส่ชุดกิมโมโนที่รัดติ้ว แล้วต้องทานอาหารเยอะขนาดนั้นมันลำบากมากเลยนะคะ

สำหรับชุดกิมโมโน..ทางโรงแรมใจดี จัดให้เป็น complimentaryค่ะ มีช่างแต่งตัว 2คน ช่างทำผม 1คน มารุมจัดการแปลงโฉมให้เราเป็นสาวญี่ปุ่นนะคะ

การใส่ชุดกิมโมโนไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายขั้นตอนมากๆ เลยค่ะ ก่อนอื่นเราต้องใส่ชุดชั้นในกิมโมโน ซึ่งเป็นชุดสีขาวบางๆจากนั้นค่อยใส่ชุดกิมโมโนทับ แล้วจึงพันผ้าคาดเอวที่เรียกว่าโอบิ (obi) ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ยาก เนื่องจากเราต้องยืนตัวตรง ห้ามขยับ แล้วช่างแต่งตัวก็จะทำการดึงและรัดโอบิให้แน่นจนรู้สึกหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียวค่ะ เสร็จแล้ววว…ก็เลือกรองเท้าเกี๊ยะกับกระเป๋าแบบโบราณใส่ของแล้วไปเดินเล่น ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกค่ะ

หลังจากใส่ชุดกิมโมโนแล้วความสามารถในการกินก็จะลดลงเพราะรัดแน่นไปทั้งตัว

วันต่อมา..เราไม่ต้องไปชมโรงแรมไหนอีกแล้ว เราก็เลยมีเวลาเหลือสำหรับการไปเที่ยวได้อยู่บ้าง เราเลยเลือกไปศาลเทพเจ้าจิ้งจอก หรือ Fushimi Inari เราเดินทางจากเกียวโตไปเพียง 15 นาทีก็ถึง ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเก่าแก่และสวยงาม เชื่อกันว่าให้มาขอพรต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ เอกลักษณ์ของที่นี่จะมีรูปปั้นจิ้งจอกให้เห็นอยู่ทั่วไป และระหว่างทางขึ้นเขาก็จะมีเสาสีแดงตลอดทางซึ่งให้ความสวยงามไปอีกแบบค่ะ

ปิดทริปด้วยการทำบุญนะคะ

 

 

ครั้งนี้ทางโรงแรมได้จัดห้อง Luxury Room วิวแม่น้ำไว้ให้เรา มันดีต่อใจมากๆ เลยค่ะ 😍

Location ของโรงแรมไม่ได้ใกล้กับสถานีรถไฟและถนนคนเดิน แต่ก็ยังมีห้างสรรพสินค้าให้เดินไปช้อปปิ้งได้เพียงแค่เดินไปตรงมุมถนนเท่านั้นเองค่ะ ซึ่งความตั้งใจของโรงแรมนี้ เขาต้องการให้เป็นโรงแรมเพื่อการพักผ่อนจริงๆลูกค้าที่มาเข้าพักจึงไม่ได้คำนึงว่าจะต้องอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟมากนัก

แถวบริเวณโรงแรมจะมีร้านอาหารมากมายเพราะติดริมแม่น้ำ จึงทำให้บริเวณนี้เป็นทำเลทองของการตั้งร้านอาหารเลยก็ว่าได้ค่ะ

อาหารเย็นวันนี้ทางโรงแรมจัดชุดใหญ่ให้เราเลยค่ะ แต่เนื่องจากเราต้องใส่ชุดกิมโมโนที่รัดติ้ว แล้วต้องทานอาหารเยอะขนาดนั้นมันลำบากมากเลยนะคะ😆

สำหรับชุดกิมโมโน..ทางโรงแรมใจดี จัดให้เป็น complimentaryค่ะ มีช่างแต่งตัว 2คน ช่างทำผม 1คน มารุมจัดการแปลงโฉมให้เราเป็นสาวญี่ปุ่นนะคะ

การใส่ชุดกิมโมโนไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายขั้นตอนมากๆ เลยค่ะ ก่อนอื่นเราต้องใส่ชุดชั้นในกิมโมโน ซึ่งเป็นชุดสีขาวบางๆจากนั้นค่อยใส่ชุดกิมโมโนทับ แล้วจึงพันผ้าคาดเอวที่เรียกว่าโอบิ (obi) ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ยาก เนื่องจากเราต้องยืนตัวตรง ห้ามขยับ แล้วช่างแต่งตัวก็จะทำการดึงและรัดโอบิให้แน่นจนรู้สึกหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียวค่ะ😩 เสร็จแล้ววว…ก็เลือกรองเท้าเกี๊ยะกับกระเป๋าแบบโบราณใส่ของแล้วไปเดินเล่น ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกค่ะ

หลังจากที่ได้ชมโรงแรมแรมกันจนครบทั้งทริปแล้ว เราก็ยังพอเหลือเวลาไปเดินเที่ยวได้อยู่บ้าง เราเลยเลือกไปศาลเทพเจ้าจิ้งจอก หรือ Fushimi Inari เราเดินทางจากเกียวโตไปเพียง 15 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเก่าแก่และสวยงาม เชื่อกันว่าให้มาขอพรเรื่องความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ค่ะ เอกลักษณ์ของที่นี่จะมีรูปปั้นจิ้งจอกให้เห็นอยู่ทั่ววัด และระหว่างทางขึ้นเขาก็จะมีเสาสีแดงตลอดทางซึ่งให้ความสวยงามไปอีกแบบค่ะ

#Journeyoflife #Socialenvy #Platinumlife #Osaka #Eatwell #Travelgood #กินหรู #เที่ยวหรูอยู่สบาย #beautiful #happy #japan #ญี่ปุ่น #เกียวโต #Kyoto