Soneva Kiri..แบรนด์นี้ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยค่ะ concept ของที่นี่คือ No News No Shoes คือการที่ให้ผู้เข้าพักได้ใกล้ชิดถึงธรรมชาติและได้ใช้ชีวิตแบบ Slow Life ตามมาดูกันเลยนะคะ

เริ่มเดินทางกันด้วยเครื่องบินส่วนตัวที่มีผู้โดยสารเพียง 8 ท่าน แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและความ Exclusives ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

ก่อนที่จะถึงเวลาขึ้นเครื่องเรามา check-in ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ D24 ก่อนนะคะ เมื่อ check-in เรียบร้อยแล้วก็สามารถไปนั่งพักทานอาหารว่างได้ที่ห้องรับรองของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ค่ะ

นั่งพักไม่นานเราก็ถูกเรียกขึ้นเครื่อง…ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็จะถึงเกาะไม้ซี้ เมื่อถึงแล้วก็จะมี Mr&Ms Friday รอรับเราอยู่ค่ะ (Mr&Ms Friday คือชื่อเรียกของ butler ที่นี่ค่ะ โดยเจ้าของที่นี่ได้ concept มาจากหนังเรื่องหนึ่งที่ตัวเอกของเรื่องไปติดเกาะแล้วได้เจอกับคนที่ช่วยเขาในวันศุกร์ เลยเป็นที่มาของ Mr&Ms Friday นั่นเอง) ที่นี่นอกจากจะมีชื่อเรียก butler ที่ไม่เหมือนใครแล้ว…ยังคงมีเอกลักษณ์โดยการตั้งเวลาเร็วกว่าทุกๆ ที่ในประเทศไทยไปอีก 1 ชั่วโมงค่ะ

พอถึงเกาะไม้ซี้แล้วก็นั่งเรือของโรงแรมไปเพลินๆ อีกไม่ถึง 15 นาทีก็ถึง วันที่เราไปคลื่นลมค่อนข้างแรง..ชีวิตของเราบนเรือเลยอาจจะไม่สุนทรีสักเท่าไร เมาเรือซิคะ😆

แต่ในที่สุดก็ถึงอย่างปลอดภัย.. ลงจากเรือปุ๊บก็สัมผัสได้เลยถึงความเป็นธรรมชาติเว่อร์ ในใจก็แอบคิดนะ เอะ! หรือเราจะต้องมาติดเกาะจริงๆ 555

ตามมาค่ะ…ไปชมห้องพักของเรากันดีกว่า ครั้งนี้เราได้พักห้อง Bayview Pool Villa Suite ทุกๆ ห้องของที่นี่สไตล์การตกแต่งเหมือนกัน จะต่างกันตรงพื้นที่และวิวค่ะ ไปดูห้องเรากันดีกว่า..

วิวที่มองออกไปจากนอกห้องนอน

เนื่องจากที่นี่ห้องพักเป็นแบบวิลล่า ห้องที่นี่จึงมีขนาดกว้างถึง 464 ตารางเมตร ทุกห้องจะถูกแบ่งออกไปอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ห้องนอนจะเป็นห้องใหญ่ที่สุดและสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ ห้องแต่งตัวและห้องน้ำจะถูกแยกกันคนละฝั่ง ห้องอาบน้ำจะมี 2 ห้อง ห้องแรกจะมีประตูปิดแต่ก็เป็นกระจกใส (บางทีก็แอบคิดว่าปิดทำไม😅) ส่วนอีกห้องเปิดโล่งเลยค่ะ อาบไปให้บรรยากาศเหมือนอาบน้ำอยู่ในป่า

ที่ Soneva ในวิลล่าทุกหลังจะมีรถกอล์ฟให้ 1 คัน ที่ต้องมีรถเพราะว่าพื้นที่ของโรงแรมกว้างมาก..ไปวันแรกเราก็จะหลงทางบ้างถึงแม้ว่าจะมีป้ายบอกก็ตาม

มีป่าไผ่ด้วย มาทำมิวสิคได้

ออกจากวิลล่า…วันนี้เราก็จะไปที่ The Libery ซึ่งจริงๆ เหมือนเป็นล๊อบบี้สำหรับโรงแรมทั่วไป แต่สำหรับที่นี่จะไม่ใช่เพียงแค่ล๊อบบี้ แต่มันจะเป็นที่สำหรับความทรงจำ

ทางโรงแรมจะมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ คือ ให้ทางลูกค้าเขียนโปสการ์ดถึงตัวเองหรือคนที่เรารัก ซึ่งวิธีการส่งก็มี 2 แบบ แบบแรกจะเป็นการส่งแบบปรกติ ส่วนแบบที่ 2 คือจะส่งภายใน 6 เดือน จะเรียกว่า Time Capsule ซึ่งวิธีนี้ก็จะเป็นการเตือนความทรงจำระหว่างเรากับโรงแรมได้อย่างดีเลยค่ะ…ว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มีเวลาดีๆ ที่เกาะกูด

ถ่ายรูปสักนิดก่อนไปทานขนม

หลังจากได้ใช้เวลากับการเขียนโปสการ์ดและแชะภาพไปเล็กน้อยก็ได้เวลาทานของว่างค่ะ สำหรับอาหารว่างของที่นี่ก็จะหนักๆ หน่อยนะคะ ก็จะมีพวกช็อคโกแลต มาการอง และไอศรีม เป็นต้น ก็เลือกทานได้ตามสบายเลยค่ะ

ห้องทานอาหารว่างก็จะมีสีสันสดใสแบบนี้เลยค่ะ

ทานอาหารว่างเรียบร้อยแล้วทางโรงแรมก็ยังมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง วันนี้เป็น cocktail day ก็เลยจะมีอาหารว่างพร้อมกับคอกเทลต่างๆ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น เพ้นท์รูปภาพสำหรับเด็ก…เราก็เด็กเลยเพ้นท์ได้ 😄นวดเพื่อสุขภาพ และมีดนตรีพื้นเมือง

เพ้นท์รูปภาพที่มือ

พองานเลิกก็ได้เวลาทานอาหารเย็น…อาหารเย็นจะไม่สามารถทานร้านเดิมได้ทุกวันเนื่องจากห้องหารจะสลับกันเปิด…มาดูรีวิวทุกๆ ร้านด้านล่างเลยนะคะ สำหรับ 3 วันที่เรามาอยู่ที่นี่

Dining Room : ห้องอาหารนี้จะเป็น international buffet มีอาหารหลากหลายให้เราเลือกทาน เราก็เลยจัดเต็มเลยค่ะ😋

The View : เป็นอาหารสไตล์ตะวันตก และวิวดีที่สุด แต่วันที่เราไปฝนตกเลยนั่งด้านใน แต่อาหารรสชาติดีมากเลยค่ะ

Benz’s : เบ๊นซ์เป็นห้องอาหารไทย ซึ่งเมนูแต่ละวันก็จะไม่เหมือนกันค่ะ วันที่เราไปได้ทานเมี่ยงคำเป็นออเดิร์ฟ ตามด้วยแกงจืดตำลึงใส่หมู แกงป่า ยำถั่วพลู ปลาสามรส ผัดถั่วลันเตา ทอดมัน และมีขนมหวานเป็นข้าวโพดคลุกน้ำตาลค่ะ

คอนเซ็ปท์ห้องอาหารนี้ คือ เหมือนเป็นการมาทานอาหารบ้านเพื่อนเลยทำให้เราเลือกเมนูไม่ได้…เราจึงต้องทานตามที่เพื่อนทำให้ทานค่ะ

เอกลักษณ์อีกอย่างของห้องอาหารนี้จริงๆ ต้องนั่งเรือมาทาน แต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจอีกตามเคย…คือฝนตกเลยต้องนั่งรถมาแทนค่ะ ถ้าได้นั่งเรือมาคงสนุกน่าดูเลย เสียดายค่ะ

ส่วนอาหารเช้าก็จะไปทานที่ Dining Room แต่อาหารกลางวันสามารถทานได้สองที่ คือ Dining Room หรือ In Villa Dining ก็ได้ค่ะ ซึ่งในวันฝนตกเช่นนี้ เราเลยเลือกใช้บริการ In Villa Dining กันค่ะ พนักงานที่นำอาหารมาเสริฟก็น่ารักมากเลย มาจัดโต๊ะให้เรียบร้อย พร้อมทานเลยค่ะ

จริงๆ ที่ Soneva มีกิจกรรมเยอะมากๆ เลยนะคะ ทั้งการดูหนังกลางแปลง เล่นโยคะ และอื่นๆ ซึ่งทุกวันก็จะมีตารางกิจกรรมมาให้ ถ้าสนใจกิจกรรมไหนก็ให้แจ้งกับ butler ได้เลยค่ะ แต่เนื่องจากฝนตกเราเลยไม่ค่อยได้ไปไหนมาก เลยไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเท่าไหร่…หากใครมีโอกาสไปเที่ยวที่ Soneva Kiri เกาะกูด ก็ลองเลือกช่วงเวลาดูกันนะคะ ซึ่งแต่ละช่วงก็มีบรรยากาศและกิจกรรมต่างๆกันไป ที่นี่เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนที่แท้ทรู 😀

บ๊าย บาย แล้วพบกันใหม่กับรีวิวต่อๆ ไปนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.soneva.com

#Journeyoflife #Socialenvy #Platinumlife
#Eatwell #Travelgood #กินหรู #เที่ยวหรูอยู่สบาย