วันนี้เราออกทริปกันแต่เช้าตรู่ เพื่อไปชมความงดงามของ Horseshoe Bend & Upper Antelope Canyon กันนะคะ การเดินทางของเราเลือกซื้อทัวร์แบบ One day trip เนื่องจากเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากกับการขับรถระยะทางไกลๆ รถโค้ชมารับเราที่โรงแรมกันตั้งแต่ตีห้าเลยค่ะ เพราะต้องใช้เวลาเดินทางจากในเมืองลาสเวกัสไปยังเมือง Page รัฐ Arizona ประมาณ 4.50 ชม.

จากลาสเวกัส เราเดินทางถนนสายหลัก Highway 15 ซึ่งวิวตลอดสองข้างทางเป็นวิวภูเขาทะเลทราย ที่ดูร้อนและแห้งแล้ง นั่งรถหลับไปชมวิวไปประมาณ 2.45 ชม. ก็ถึง Colorado city จุดแวะพักที่ปั๊มน้ำมันของเรากันค่ะ

ใครต้องการเข้าห้องน้ำที่ปั๊ม ห้องน้ำไม่ได้อยู่ด้านนอกเหมือนบ้านเรานะคะ ห้องน้ำจะอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อ เราสามารถไปเข้าได้ฟรี แต่จำนวนห้องน้ำจะมีแค่ 1-2 ห้องเท่านั้น บางปั๊มห้องน้ำก็จะล็อคประตูไว้ เราสามารถไปขอกุญแจกับพนักงานที่แคชเชียร์ได้เลยค่ะ จากนั้นเราก็ซื้ออาหาร ขนม น้ำ ตุนเสบียงสำหรับ 3 มื้อตลอดการเดินทางของเรากันค่ะ

จากปั๊มน้ำมันที่เมือง Colorado city เราก็ออกเดินทางกันต่ออีกประมาณ 2 ชม. ก็ไปถึง Glen Canyon National Recreation Area ซึ่งห่างจาก Lake Powell ประมาณ 8 กิโลเมตร ไกด์ทัวร์พาเรามาเที่ยว Horseshoe Bend ก่อนเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาและรอบที่เราที่จะเข้าไปชม Upper Antelope กันค่ะ

วันที่เราไปนักเที่ยวท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะมาก ดังนั้นสิ่งสำคัญของการไปทัวร์คือ ต้องจำเลขและป้ายทะเบียนรถให้ดีๆค่ะ เพื่อที่กลับมาจะได้ขึ้นรถถูกคัน และต้องตรงต่อเวลาที่ไกด์นัดไว้ เพราะถ้ามาช้าไกด์ทิ้งเลยนะคะ รถเรามีคนถูกทิ้งไป2คนค่ะ 😦

จากจุดจอดรถเราต้องเดินเท้า ขึ้นเขาลงเขาที่เป็นหินและทราย ไปกลับประมาณ 2.4 กิโลเมตร  OMG! 😰ไม่ได้เตรียมรองเท้า เตรียมใจมา..หือ..หือ แต่ก็เอาฟะ..ไหนๆมาถึงแล้วก็เดินกันไปค่ะ เรามีเวลาเที่ยวชมที่ Horseshoe Bend ประมาณ 1 ชม.  เดินไปกลับเหนื่อยเอาเรื่องมากเหมือนกันค่ะ แต่ก็คุ้มค่ากับวิวอันสวยงามของ Horseshoe Bend ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยต้องยอมเหนื่อยกันค่ะ 😊

จุดเริ่มต้นเดินจากลานจอดรถ

อากาศร้อนแบบแห้งๆ

ต้นไม้ที่เห็นได้ระหว่างเดิน

เวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตาเลยค่ะ

เพิ่งเดินมาครึ่งทางเองค่ะ เหนื่อยหอบ แวะพักเป็นระยะๆ

ปู้นนนน…Horseshoe Bend

Wowwww…. สวยงามมาก อย่างกับภาพวาด   Horseshoe Bend เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำ Colorado ธรรมชาติช่างสรรสร้างได้สวยอะไรอย่างนี้ คุ้มค่ากับการเดินไฮกิ้งมาไกลเลยค่ะ หายเหนื่อย 😁

แอบเสียวเมื่อมองลงไปด้านล่าง ซึ่งมีเรือวิ่งด้วยนะคะ

Yay…Mission completed👍🏻

อันนี้คือนักท่องเที่ยวตรง Horseshoe Bend การที่จะได้รูปสวยๆมาค่อนข้างลำบากหน่อยนะคะ เพราะต้องตบตีกับนักท่องเที่ยวเยอะมาก  🙂

อีกหนึ่งไฮไลท์ Horses shoe Bend overlook แต่เราหมดแรงปีนขึ้นไปค่ะ เดี๋ยวจะต้องเดินกลับกันอย่างทรหดอีกรอบ

ปู้น…ไกลๆ ที่เขาไปถ่ายรูป Horseshoe Bend overlookกันค่ะ เราได้แต่ยืนมองตาปริบๆเป็นพอ

ขากลับจาก Horseshoe Bend มาที่รถ เราต้องเผื่อเวลาเดินกันหน่อย รีบเดินมาให้ทันตามเวลานัด รถเรามีคนมาช้า ไกด์เลยจำเป็นต้องทิ้งคนที่มาช้า 2 คนไปเลยค่ะ เพราะจะถึงเวลาและรอบที่เราจองเพื่อไปเข้า Upper Antelope ตอนเที่ยงตรง

สำหรับ Antelope Canyon จะมีสองที่สามารถไปเที่ยวชมได้ คือ Lower Antelope และ Upper Antelope ทั้งสองที่ห่างกันประมาณ 1.6 กิโลเมตร ซึ่งมีความสวยงามใกล้เคียงกันนะคะ แต่เขาว่าที่ๆสวยที่สุดจะเป็น Upper Antelope ซึ่งจะสามารถเห็นลำแสงอาทิตย์ตกลงมาอย่างสวยงามมาก แล้วเราควรเลือกไปอันไหนดีคะ ☺️

แน่นนอนค่ะ! 🤔😎 ไหนๆไปตั้งไกลก็ขอเลือกที่ๆดีที่สุดละกัน เราเลยเลือกไปที่ Upper Antelope ซึ่งราคาทัวร์จะแพงกว่า Lower Antelope และจะต้องจองทัวร์ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 48 ชม. เพราะเขาจำกัดจำนวนคนที่เข้าชมต่อวัน การเข้าไปท่องเที่ยว Antelope เราไม่สามารถเข้าไปด้วยตนเองได้นะคะ จะต้องมีไกด์ท้องถิ่นชาว Navajo เป็นผู้พาเราเข้าไปยัง Antelope Canyon

ที่ลงทะเบียนและรวมพลคนที่จะไปเที่ยว Upper Antelope

เราต้องมาขึ้นรถเพื่อลุยทะเลทรายกันประมาณ 15 นาทีค่ะ

พร้อมลุย! แต่ก่อนจะลุยมีกฏกติกาที่เราต้องปฏิบัติเคร่งครัดตามที่ไกด์แจ้งมาดังนี้นะคะ

  • ห้ามนำกระเป๋า backpack และสัมภาระอะไรติดตัวไปเลย ต้องเข้าไปตัวเปล่า สิ่งที่ติดตัวไปได้คือกล้องและน้ำ 1 ขวด เท่านั้น
  • ห้ามใช้ไม้เซลฟี่หรือขาตั้งกล้อง ยกเว้นทัวร์สำหรับนักถ่ายรูปที่ได้รับอนุญาติจากไกด์ท้องถิ่นเท่านั้น
  • การเข้าไปใน Antelope ต้องไปกับไกด์ Navajo เท่านั้น
  • ต้องเดินตามไกด์ ห้ามแตกกลุ่ม
  • สามารถนำน้ำเข้าไปได้คนละขวด โดยต้องใช้สายคล้องขวดน้ำ(เราเตรียมสายมาจากไทยพร้อมค่ะ)
  • Upper Antelope ทางเดินเป็นทางราบ ไม่ลำบาก แต่จะมีบางจุดที่แคบให้ระมัดระวัง

คุณลุงไกด์ท้องถิ่นชาว Navajo กรุ๊ปเรามี 9 คนค่ะ ตามธรรมเนียม(เชิงบังคับ55)เราจะต้องทิปไกด์คนละ$10

ปากทางเข้า Upper Antelope

คนเยอะ กว่าจะได้รูปสวยๆต้องหาจังหวะรีบถ่ายค่ะ

ไฮไลท์ของ Upper Antelope ลำแสงอาทิตย์ สวยงามมาก ดีที่เราตั้งใจจองช่วงเวลา Prime time เที่ยงตรง เห็นชัดเลยค่ะ

ทรายละเอียดมาก ค่อยๆไหลลงมาจากหิน

รูปหัวใจ

Yay.. Mission2 completed😊

เราใช้เวลาเดินชม Upper Antelope กันประมาณ 1 ชม. จากนั้นก็เดินทางกลับลาสเวกัสกันอย่างสบายใจ ถึงโรงแรมประมาณสองทุ่มกว่าๆ เป็นการจบวันเดย์ทริปวันนี้ของเรากันค่ะ

สำหรับค่าใช้จ่ายของวันเดย์ทริป Upper Antelope & Horseshoe Bend คนละ $170 ซึ่งเป็นราคาของช่วงฤดูร้อน(เราไปวันที่ 28 May 2018) โดยยังไม่รวม ค่าทิปไกด์ทัวร์ $10, ค่าทิปคนขับรถ $10, ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น $10 เบ็ดเสร็จก็ตกคนละ $200 ค่ะ ถึงราคาจะแพงหน่อยแต่ก็คุ้มค่ากับการเดินทางไปชมความสวยงามของ Upper Antelope & Horseshoe Bend นะคะ

ข้อควรระวังของการไป  Upper Antelope

  • ควรเก็บกล้องให้มิดชิดระหว่างนั่งรถกระบะลุยทะเลทราย เพราะว่าเราเอากล้องคล้องคอไว้ด้านหน้า ฝุ่นทรายที่ละเอียดมาก สามารถเข้ามาในกระบอกเลนส์ได้ ทำให้เลนส์เราพัง ต้องซื้อเลนส์ใหม่เลยค่ะ
  • ควรพกผ้าปิดปากไปด้วยเพราะทรายละเอียดมาก หลังจากจบทริป ผม จมูก เสื้อผ้าจะมีแต่ฝุ่นทรายเต็มตัวเลย
  • ระหว่างนั่งรถลุยทะเลทราย ทางจะขรุขระ รถจะกระแทก กระเด้งตลอดทาง
  • ควรเตรียมรองเท้าที่พร้อมเดินบนทรายและลุยทรายได้ เพราะจะเลอะแต่ทรายค่ะ

ใครมาเที่ยว Las Vegas/Arizona ลองหาโอกาสมาเที่ยว Antelope Canyon และ Horseshoe Bend กันนะคะ