Outlets คือสวรรค์ของการช้อปปิ้งที่อเมริกา

PTPNกล่าว

เวลาเดินทางมาอเมริกา แหล่งช้อปปิ้งที่เรามักจะต้องมาทุกครั้งก็คือ.. Outlets ซึ่งเป็นของดีราคาถูกกว่าบ้านเราเยอะมากนะคะ ส่วนใหญ่เราชอบที่จะไป Premium Outlets ในเครือของ Simon มากที่สุด ซึ่ง Outlets ส่วนใหญ่จะอยู่ออกมานอกเมือง เรามีโอกาสได้ไปมาอยู่ หลายที่ คือ

New York:

Woodbury Common Premium Outlets ห่างจาก Time square ประมาณ 78.4 km. เป็น Outlets ที่มี Hi-end และ retail brands รวมถึง 250 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10 AM – 9 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/woodbury-common

California

Los Angeles:

Camarillo Premium Outlets ห่างจาก North LA ประมาณ 80 km. มี retail brands 160 ร้าน โดยปกติจะเปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10 AM – 9 PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM – 9 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/camarillo

San Francisco:

San Francisco Premium Outlets ห่างจาก Golden gate bridge ประมาณ 93 km. เป็น Outlets ที่มี Hi-end และ retail brands รวมถึง 180 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10 AM – 9 PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM – 7 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/san-francisco

Napa Premium Outlets ห่างจาก Golden gate bridge ประมาณ 90 km. เป็น Outlets เล็กๆ ที่มี retail brands อยู่ 50 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10 AM – 9 PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM – 7 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/napa

Vacaville Premium Outlets ห่างจาก Golden gate bridge ประมาณ 104 km. เป็น Outlets แบบ outdoor ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ต้องขับรถไปแต่ละโซน ซึ่งมี retail brands 120 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10 AM – 9PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM -7 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/vacaville

Nevada


Las Vegas:

Las Vegas North Premium Outlets อยู่ในเมือง ห่างจาก city center ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 9.6 km. เป็น Outlets แบบ Outdoor ที่มี retail brands อยู่ 175 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 9 AM – 9 PM และวันอาทิตย์ เวลา 9 AM – 8 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/las-vegas-north

Las Vegas South Premium Outlets อยู่ในเมือง ห่างจาก city center ไปทางทิศใต้ ประมาณ 6.4 km. เป็น Outlets แบบ Indoor ที่มี retail brands อยู่ 145 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 9 AM – 9 PM และวันอาทิตย์ เวลา 9 AM – 8 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/las-vegas-south

Washington

Seattle:

Seattle Premium Outlets อยู่ห่างจากในเมือง Seattle ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 58.7 km. เป็น Outlets แบบ outdoor ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมี retail brands 130 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10 AM – 9PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM -7 PM https://www.premiumoutlets.com/outlet/seattle

Oregon

Portland:

Woodburn Premium Outlets อยู่ห่างจากในเมือง Portland ไปทางทิศใต้ ประมาณ 46 km. เป็น Outlets ในดวงใจของเรานะคะ เพราะที่ไม่ต้องเสียภาษี (Tax-Free) และมี retail brands 110 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10 AM – 9PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM -7 PM

https://www.premiumoutlets.com/outlet/woodburn

Hawaii

O’ahu, Honolulu:

Waikele Premium Outlets อยู่ห่างจากในเมือง Honolulu ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 23 km. เป็น Outlets ขนาดเล็ก มี retail brands 50 ร้าน โดยปกติจะเปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 9 AM – 9PM และวันอาทิตย์ เวลา 10 AM – 6 PM

https://www.premiumoutlets.com/outlet/waikele

จากประสบการณ์ที่ช้อปปิ้งมา เราเลยอยากจะแชร์การช้อปปิ้งแบบคุ้มค่าคุ้มเวลาและเทคนิคการได้ส่วนลดเพิ่มเติม เผื่อเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ โดยเริ่มจาก

เลือก Joy the VIP Shopper Club แล้วทำการลงทะเบียน

สร้างAccount และกรอกข้อมูลส่วนตัว

เลือก Outletsที่เราแพลนจะไป และเลือกร้านต่างๆที่เราสนใจ แล้ว Submit ก็เป็นการสมัครสมาชิกเป็นการเรียบร้อย จากนั้นจะมีเมล์ส่งไปยังอีเมล์ที่เราลงทะเบียนไว้

Log in แล้วเราก็จะเจอกับ Outlets ที่เราเลือกตอนลงทะเบียนไว้ ซึ่งเราสามารถเพิ่มหรือลบ outlets ได้นะคะ ข้อดีของการเลือกไว้คือ จะมีอีเมล์ส่งโปรโมชั่น บอกส่วนลดต่างๆมาอัพเดตเรื่อยๆ

  • โหลด App Simon ใน smart phone เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เพราะเวลาเราไปช้อปปิ้งจริงๆ เราจะได้ดูอัพเดตส่วนลด coupon code ต่างๆได้ โชว์บาร์โค้ดไว้สแกนลด top up

หน้าตาApp. เป็นไอคอนสีดำ SIMON

เข้าApp

สามารถดูอัพเดตโปรโมชั่นที่ลดราคา

ดีลต่างๆ

  • นอกจากจะสมัครสมาชิกของSimon แล้ว เราขอแนะนำให้สมัครเป็นสมาชิกของแบรนด์แต่ละแบรนด์ที่เราอยากจะซื้อ สมัครได้ฟรีนะคะ เพื่อรับข่าวสารและ promo code, discount coupon ต่างๆ ซึ่งจะส่งมาทางอีเมล์ตลอด โดยเวลาที่เราจะซื้อของ เราต้องรักษาสิทธิ์ตรงนี้เองนะคะ เพราะว่าเวลาที่เราไปซื้อของที่หน้าร้าน พนักงานเขาจะไม่แจ้งอะไรเลย จะลดตามป้ายหน้าร้านเท่านั้น แต่ถ้าเราเป็นสมาชิกของแบรนด์นั้นๆ เราก็ต้องบอกเขาไปนะคะ เพราะบางทีจะมีส่วนลด top up อีก หรือถ้าเรามี promo code หรือ coupon ก็จะได้ส่วนลดตามเงื่อนไขนั้นเพิ่มขึ้นอีกเลยค่ะ เช่น ร้านCK ตอนเราไปช้อปหน้าร้านป้ายโชว์ลดราคา 70% อยู่แล้ว พอเช็คบิล เรารักษาสิทธิ์ตัวเอง โดยแจ้งพนักงานว่าเราเป็นสมาชิก ก็ได้ลด top up อีก 20% ดังนั้นที่ว่าลดแล้วก็ยิ่งลดเพิ่มไปอี๊ก ดีงามมากค่ะ เลิฟเลยสำหรับเทคนิคนี้ 😘 อย่าลืมรักษาสิทธิ์โดยการเช็คส่วนลดและบอกพนักงานกันนะคะ

ร้าน CK ถ้าเป็นสมาชิกลด on top อีก 20%

ร้าน Polo Factory Stores ลด on top เมื่อแสดงบาร์โค้ดคูปอง ที่ได้รับจากอีเมล์

จากสมาชิก Simon มีดีลส่วนลด โดยดูได้ในเว็บหรือapp แล้วแจ้งพนักงานก็จะได้ส่วนลดตามเงื่อนไขค่ะ

จากสมาชิก Simon มีดีลส่วนลด ก็ให้ดูได้ในเว็บหรือapp แล้วแจ้งพนักงานเพื่อใช้ promo code เราก็จะได้รับส่วนลดตามเงื่อนไข

  • ทำการบ้านก่อนไป เนื่องจาก Outlets ส่วนใหญ่จะมีร้านเยอะและเวลาในการช้อปเราอาจจะจำกัด เดี๋ยวจะเดินช้อปไม่ครบ ซึ่งแต่ละร้าน ก็จะเดินไกลกันมาก บางที่จะต้องขับรถและแวะจอดเป็นโซนๆ เพราะพื้นที่ของ Outletsใหญ่มากจริงๆ เราควรแพลนเดินช้อปเป็นโซนๆไปนะคะ และจะให้ดี ควรเลือกดูสินค้าใน website ของ brand นั้นๆ มาคร่าวๆ พอมาถึงก็ลุยได้เลยค่ะ แม้สินค้าที่ Outlets จะมีของไม่ครบเท่าในเว็บก็ตาม แต่ยังไงก็เป็นการประหยัดเวลาในการสกรีนดูของไปในตัวค่ะ สินค้าใน Outlets แต่ละเมืองแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไปนะคะ

  • เช็คไซส์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง รองเท้า เราควรรู้ไซส์แบบ US ของตัวเองมาก่อน จะได้ประหยัดเวลาการลองมากเลยค่ะ เลือกทีเดียวแล้วค่อยไปลอง เพราะบางร้านคิวในการลองค่อนข้างยาว แล้วเวลาที่เราจะลองจะต้องแจ้งพนักงาน แจ้งจำนวนตัว แล้วพนักงานจะพาเราไปยังห้องลองที่ว่าง โดยห้องลองส่วนใหญ่จะล็อคไว้ เขาจะต้องไขกุญแจห้องลองให้กับเรานะคะ พอลองเสร็จถ้าชอบก็เอาใส่ตระกร้า ถ้าไม่ชอบก็คืนกลับให้พนักงานค่ะ

  • ถุงใส่ของแต่ละร้านคิดเงินนะคะ ไม่ฟรีเหมือนบ้านเรา บางร้านคิดราคาตั้งแต่ 10 cents – $1 แนะนำให้นำ shopping bagไปเอง แต่ถ้าเป็นร้าน Hi-end brand ก็จะไม่คิดเพราะของที่เราช้อปแพงมากอยู่แล้วค่ะ เลยให้ถุงฟรี 🤣 แต่ถ้าจะให้ดี ถ้าเราแพลนที่จะช้อปปิ้งเยอะ ให้เอากระเป๋าลากไปเลยค่ะ ไม่ต้องหิ้วของหนักดี เดินช้อปก็สบายด้วย เราไปช้อปแต่ละที ก็มีเป๋างอกกันนะคะ ซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มทุกครั้งเลย แล้วก็ใช้ใส่ของที่ช้อปเต็มเป๋าก็สะดวกดีค่ะ
  • ภาษี (Tax) ป้ายราคาที่เห็น ยังไม่ได้รวมค่าภาษีนะคะ ซึ่งแต่ละเมืองจะคิดอัตราค่าภาษีที่แตกต่างกันไป เช่นที่ LA 9.5%, Hawaii 4.5%, Oregon Tax-Free ซึ่งภาษีแต่ละปีจะมีการปรับเปลี่ยน ยังไงก็อย่าลืมเช็คtaxก่อนจะช้อปกันก่อนนะคะ นอกจากนี้ ที่อเมริกาไม่สามารถทำ Tax refund ได้เหมือนทางยุโรปหรือเอเชีย เราก็ต้องจ่ายภาษีเต็มๆนะคะ ยกเว้นเมืองที่ปลอดภาษี เช่น Portland ก็สามารถช้อปปิ้งได้อย่างชิลล์ ตามราคาป้ายกันได้เลยค่ะ

  • การจ่ายเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิตจะสะดวกมากกว่าเงินสดนะคะ บางครั้งแถวยาวๆ พนักงานจะถือเครื่องรูดบัตรเดินตามแถว ยิงบาร์โค้ดของแล้วรูดปรื๊ด แป๊ปเดียวเสร็จ😄 แต่เราต้องเช็ครายการดีๆด้วยนะคะ เราเคยเจอพนักงานคีย์ส่วนลดไปแล้วคีย์ผิด ของเลยไม่ได้ลด top up เราก็ทักท้วง เขาก็void บิลให้ ระบบที่นี่ถือว่าดีมาก สะดวกรวดเร็ว เราประทับใจค่ะ

ก่อนจ่ายเงิน อย่าลืมถามหรือแจ้งสิทธิ์สมาชิก หรือ ส่วนลดต่างๆเองนะคะ พนักงานเขาไม่ใส่ใจค่ะ ถามแต่ว่าจะเอาถุงหรือไม่ 😆

ที่นี่ส่วนใหญ่ใช้เครื่องเสียบการ์ด และเซ็นโดยปากกาอิเลคทรอนิกส์ โดยเราจะต้องทำการเสียบบัตร กด ok และ processเองหมดนะคะ พนักงานจะไม่ทำให้เราในส่วนนี้ เขาแค่บอก ราคาแล้วให้เราจ่ายเองเท่านั้น

บรรยากาศที่ Vacaville Premium Outlets ร้านแต่ละที่ไกลกันมาก

San Francisco Premium Outlets เดินช้อปง่ายหน่อย ร้านอยู่ติดๆกัน

San Francisco Premium Outlets ในวันก่อนเทศกาล Thanksgiving คนไม่เยอะ เลือก ลองของได้ตามสบาย ชิลล์ๆ

Kate Spade ทุกรอบที่ไปมักจะลด 60-70% ถูกเว่อร์

Timberland ก็ sale เยอะกว่าปกติในช่วง Thanksgiving

ลองรองเท้ากันค่ะ

  • ข้อแนะนำสุดท้ายนะคะ ถ้าเราไปช้อปช่วงเทศกาล จะยิ่งได้ส่วนลดมากขึ้น เช่น เราเคยไปช่วง Thanksgiving แล้วเราไปช้อปกันก่อนวัน Thanksgiving ที่ว่าลดราคาเยอะแล้ว ในวัน Thanksgiving ยิ่งลดราคากระหน่ำกว่าเลยนะคะ แต่ขอเตือน! ใครที่อยากจะไปช้อปในวัน Thanksgiving ต้องมีความอดทนสูงมากเลยนะคะ เพราะแค่ปากทางเข้าไปที่ Outlets ระยะทางเพียงแค่ 1km. รถติดมากๆใช้เวลาถึง 1 ชม. กันเลย นอกจากนั้น การหาที่จอดรถ ก็ยากยิ่งกว่า เต็มทุกที่ เรียกได้ว่าต้องวัดดวงว่าจะมีรถคันไหนออก เรารอหาที่จอดรถกันเกือบ 1 ชม.ถึงจะได้ลงมาช้อป พอลงมาเดินแต่ละร้าน คนเยอะและแน่นมากทุกร้าน ต้องเข้าแถวรอคิวเพื่อเข้าในแต่ละร้าน บางร้านเรายืนรอคิวขาแข็ง ท่ามกลางฝนปรอยและอากาศหนาวนานถึง 1 ชม. กันเลย พอได้เข้าไปในร้าน คนก็เยอะมาก ทุกอย่างแย่งกันไปหมด ใครที่จะลองเสื้อผ้าต่างๆคิวก็จะยาวมากๆ เช่นกัน สำหรับเราเข็ดขยาดกับการช้อปปิ้งวันนั้นกันเลยค่ะ 😖 ขอเลือกช้อปก่อนวันเทศกาลดีกว่า ช้อปสบายกว่ากันเยอะจริง..จริ๊ง😘

รอคิวเข้าร้านกันขาแข็ง

คิวยาวมาก

ร้าน Hi-end ส่วนใหญ่จะจำกัดคนเข้าเป็นรอบๆ

ใครมีโอกาสมาช้อปปิ้งที่ Outlets ในอเมริกา มันคือสวรรค์จริงๆค่ะ ของราคาถูกมากมาย ละลานตา ขอให้ตั้งสติในการช้อปดีๆนะคะ ไม่เช่นนั้น อาจจะช้อปจนล้มละลายกันได้เลยค่ะ😆