Landed! ถึงสนามบิน LA กันแล้วค่ะ สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา มาฝั่งแคลิฟอร์เนีย การเดินทางที่สะดวกที่สุดคงไม่พ้นการเช่ารถขับกันนะคะ เรามีโอกาสได้ใช้รถเช่าที่สนามบินที่ LA อยู่ 2 ครั้ง คือครั้งแรกที่มาจากเมืองไทย เราใช้บริการรถเช่าของ Budget ครั้งที่สองบินจาก ลาสเวกัสมา LA เราเช่ารถของHertz

หลังจากที่รับกระเป๋าในสนามบินเรียบร้อยแล้ว เราก็พร้อมจะไปรับรถเช่าที่จองกันไว้แล้วนะคะ โดยการรับรถเช่าที่สนามบิน LA จะไม่มีเคาน์เตอร์รับรถที่ตรง Terminal เลย ไม่ว่าจะออกมาจาก Terminal ไหนก็ตาม เราจะต้องนั่งรถ Shuttle ของแต่ละบริษัทไปยังออฟฟิศของรถเช่านั้นๆเอง ซึ่งส่วนใหญ่ออฟฟิศจะอยู่ใกล้ๆกับสนามบินประมาณ 5 นาทีถึงค่ะ

เมื่อออกมาด้านนอก Terminal แล้วให้สังเกตป้ายจุดรอรถ Rental Car Shuttles รูปรถบัสสีขาวในพื้นวงกลมสีม่วง ซึ่งจะมีจุดขึ้นลงรถอยู่ทุก Terminal รอรถบัสเวียนของบริษัทรถเช่าที่เราจองไว้มารับได้เลยค่ะ รถบัสบางคันก็สะดวกมาก ตรงประตูสามารถ ramp ลงแล้วเราลากกระเป๋าขึ้นลงได้เลย แต่บางคันก็เป็นรถบัสแบบคลาสสิคค่ะ  รถจะสวยแต่ไม่ค่อยสะดวกในการยกกระเป๋าขึ้นไปบนรถเอง ส่วนใหญ่พนักงานขับรถจะจอดรถ แล้วลงมาขนกระเป๋าให้เราเองนะคะ ซึ่งเราก็ให้ทิปเขาเป็นการขอบคุณเอาค่ะ การนั่ง Shuttle bus เราสามารถขึ้นไปได้เลยนะคะ ไม่ต้องเสียเงินกับคนขับ เพราะว่าตอนจองรถมา บริษัทรถเช่ามีการคิดค่าบริการรวมไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

จุดขึ้นลง รถ Shuttle Bus เพื่อไปบริษัทรถเช่าต่างๆ

รถShuttleของ SIXT สวยคลาสลิกดีค่ะ

มาดูการเช่ารถกับ Budget ที่แรกของเรากันนะคะ เมื่อรถ Shuttle bus มาส่งที่ออฟฟิศ เขาจะจอดจุดแรกสำหรับ Member ซึ่งก็มีเคาน์เตอร์เช็คอินต่างหากเลยนะคะ  และจุดจอดที่สองสำหรับ Non-member เราลงจุดที่สองกันค่ะ แล้วไปกดบัตรคิว ซึ่งวันที่เราไปรับรถเป็นวันเสาร์ตรงกับวันชาติพอดี คนเยอะมากๆ รอคิวไป 1.5 ชม. เล่นเอาเหนื่อยเพลียกันเลยค่ะ

พอถึงคิวเรา ก็ยื่นเอกสารต่างๆ เช่น ใบขับขี่ไทย ใบขับขี่สากล บัตรเครดิต พาสสปอร์ต ใบจองรถ ซึ่งเจ้าหน้าจะมีการถามและเสนอออปชั่นต่างๆเพิ่มสำหรับการเช่า เช่น ประกันภัยส่วนบุคคล, ประกันที่ไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก, Roadside assistance ,GPS เป็นต้น เราสามารถซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แต่ส่วนใหญ่พนักงานจะโน้มน้าวให้เราซื้อให้ครบค่ะ เพราะฉะนั้นก็ลองเลือกดูตามความเหมาะสมของแต่ละคน

แต่เราขอแนะนำว่าไม่ต้องซื้อประกันภัยส่วนบุคคล ในกรณีที่มีประกันภัยการเดินทางอยู่แล้ว เพราะมันcoverไปในตัวอยู่แล้วนะคะ ส่วน GPS สำหรับเราใช้google map ซึ่งบอกทางและสถานที่ต่างๆ ปั๊มน้ำมัน ที่จอดรถ ร้านต่างๆได้เป๊ะเลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องเช่าGPS ถ้าเข้าป่าเขาก็โหลดแบบ offline mapไว้ ก็ยังใช้นำทางได้โอเคอยู่ ไม่หลงเวลาไม่มีสัญญานเนตค่ะ เป็นการประหยัดเงินไปสองออปชั่น

จากนั้นพนักงานจะถามเรื่องน้ำมันตอนเรามาคืนรถ ว่าจะคืนรถแบบไหน แบบคืนน้ำมันเต็มถัง หรือคืนแบบไม่มีน้ำมัน ซึ่งถ้าเราเลือกคืนแบบหลังจะต้องจ่ายค่าน้ำมันแบบเหมาจ่ายเต็มถัง ซึ่งจะแพงกว่าเติมเองแต่ดีตรงสะดวกนะคะ  ถ้าใครเลือกคืนแบบน้ำมันเต็มถัง ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก ปั๊มน้ำมันมีหลายที่ใกล้ๆออฟฟิศเลยค่ะ สามารถแวะเติมก่อนคืนรถได้ ก็ลองเลือกดูนะคะว่าสะดวกแบบไหนกัน

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารที่เคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว พนักงานจะบอกเบอร์ Parking lot ให้เราเดินไปที่รถเอง เปิดประตูรถได้เลย รถไม่ได้ล็อค กุญแจอยู่ในรถพร้อมขับนะคะ จากนั้นเราก็ขับออกไปได้เลย ไม่มีพนักงานมาตรวจเช็ครอยต่างๆ บริการส่งรถใดๆเหมือนกับบ้านเรา มีแต่เช็คตรงทางออกเท่านั้น ซึ่งพนักงานแค่ยิงบาร์โค้ดที่รถกับเอกสารที่เราติดต่อจากเคาน์เตอร์เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

ในส่วนของการคืนรถนั้น ง่ายมากยิ่งกว่าตอนรับรถ คือเมื่อมาถึงก็เข้าในช่องreturn พนักงานยิงบาร์โค้ดที่รถ ตรวจเช็คน้ำมันว่าตามเงื่อนไขที่เราเลือกไว้มั้ย แค่นั้นจบค่ะ

น้ำแจกฟรี ดื่มให้ใจเย็นๆระหว่างรอคิวรับรถ

คนเยอะมากจนไม่มีที่นั่งรอ คอคิว100 กว่าคิวค่ะ

รถเช่าจอดที่ลานตามเลขที่พนักงานแจ้งเป๊ะค่ะ

สำหรับการเช่ารถครั้งที่สอง เราใช้บริการของ Hertz ซึ่งเราเป็น Gold member จะได้สิทธิ์พิเศษของสมาชิกGold คือ

  • Faster reservation เมื่อจองออนไลน์ เพราะจะมีข้อมูลส่วนตัวของเราอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้ง
  • Faster rental คือจะมีเคาน์เตอร์พิเศษสำหรับ gold member ไม่ต้องต่อคิวยาว จะได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็วกว่า
    ได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10%
  • ได้รับการอัพเกรดรถ แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่หน้าเคาน์เตอร์ ต้องสอบถามรักษาสิทธิ์เองทุกครั้งนะคะ
  • สามารถคืนรถได้สะดวกรวดเร็วในช่องpriority

สำหรับออปชั่นประกันและน้ำมันของ Hertz ก็ไม่แตกต่างกับ Budget เลือกซื้อได้ตามสะดวกเลยค่ะ

เมื่อลงรถ Shuttle bus ของ Hertz จะเจอบอร์ดรายชื่อเราที่จองไว้นะคะ

พนักงานบริการดีมาก

คิวไม่มีเลยค่ะ ดีงาม

เดินมาที่ลานจอดรถ Gold member

สามารถเลือกรถคันไหนก็ได้ให้ตรงกับ Type ของรถที่เราจองมา แล้วก็ขับออกไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องตรวจเช็ครถอะไร เช็คแค่ตอนออกที่ประตู ยิงบาร์โค้ดรถ ดูเอกสารที่เราได้จากเคาน์เตอร์มาเป็นอันจบค่ะ

ในส่วนของการคืนรถ ก็สะดวกรวดเร็ว เพียงแค่ขับรถมาจอด พนักงานยิงบาร์โค้ด เช็คน้ำมัน ก็เป็นการคืนรถที่เรียบร้อยภายในหนึ่งนาทีเสร็จค่ะ

ขับรถมาจอดคืนต่อๆกัน

คืนรถเสร็จก็เดินมาขึ้น Shuttle bus ไปสนามบิน

รถ Shutter bus ของ Hertz

จากการแชร์ประสบการณ์การเช่ารถของ Budget และ Hertz ที่สนามบิน LA ของเรา จะเห็นได้ว่าสะดวกสบายไม่ยุ่งยากเลยนะคะ ใครมีโอกาสมาเที่ยว LA ก็ลองใช้บริการกันดูค่ะ และที่สำคัญควรศึกษากฏต่างๆในการขับรถของแต่ละรัฐแต่ละเมืองให้เข้าใจ เพื่อความปลอดภัยในการขับรถกันค่ะ Safe drive…🚙🚗